ฟอกฟันได้ง่ายๆ รวดเร็วทันใจคุณ

ทุกคนก็อยากมีฟันที่ขาวสะอาด แบบไม่มีคราบสีเหลืองตามฟัน หลายคนก็มีความคิดอยากจะฟอกฟันขาว แต่ก็กลัวว่าจะยุ่งยาก วันนี้เราจะมาบอกวิธีการฟอกสีฟันตั้งแต่ก่อนการฟอกฟันไปจนจบกระบวนการว่าไม่ได้ยุ่งยากอยากที่หลายคนคิดไว้

ก่อนทำการฟอกสีฟันนั้น ทันตแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์สภาพฟันพร้อมทั้งประเมินสีของฟันว่าเหมาะกับการฟอกฟันขาวหรือไม่ ถ้าวิเคราะห์แล้วว่าสามารถฟอกฟันได้ ทันตแพทย์จะเช็คสุขภาพในช่องปาก ว่ามีฟันผุมั้ย มีอาการเสี่ยวฟันมั้ย ถ้ามีฟันผุก็ต้องทำการอุดฟันซะก่อน เพราะจะต้องไม่มีการรั่วซึม จากนั้นทำการขูดหินปูน ขัดฟัน เพื่อทำความสะอาดผิวฟัน เพื่อน้ำยาฟอกสีฟันจะได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อจัดการฟันพร้อมสำหรับการฟอกฟันขาวแล้ว ทันตแพทย์จะทำการเทียบสีฟันว่าฟันของคนไข้เป็นเฉดสีไหน จากนั้นทาเจลเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำยาฟอกฟันขาวโดนเหงือกและเนื้อเยื้ออ่อน และเป่าฟันให้แห้ง จากนั้นเริ่มป้ายน้ำยาฟอกสีฟันลงบนผิวของหน้าฟัน

ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการฉายแสงสีฟ้าลงบนฟัน เพื่อกระตุ้นการทำงานของน้ำยาฟอกฟันให้กัดคราบสีที่เกาะบนผิวฟันให้ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแสงสีฟ้าสามารถควบคุมความร้อนและความเข้มของแสงเพื่อปรับให้เหมาะซึ่งจะช่วยลดอาการเสี่ยวฟันขณะฟอกฟันขาวได้ การฟอกฟัน 1 ครั้ง จะเปลี่ยนน้ำยาและฉายแสงประมาณ 2-4 รอบ รอบละประมาณ 15 นาที และมีการดูดน้ำลายและน้ำยาเก่าออกทุกครั้ง รวมแล้วใช้เวลาในการฟอกสีฟัน 45-60 นาที เป็นอันเสร็จขั้นตอนการรักษา

จากทั้งหมดที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นสำหรับวิธีการฟอกฟันซึ่งใช้เวลาไม่นานและวิธีการรักษาไม่ได้ยุ่งยาก หากคุณสนใจอยากมีฟันขาวด้วยการฟอกสีฟันแนะนำที่ ศูนย์ทันตกรรมเพื่อความงาม PMDC

 

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ สำคัญและจำเป็นอย่างไร

สำหรับหน้าที่ของคนที่มีรถยนต์หรือรถจักรยานเป็นของตนเอง ก็คือการทำประกันภัยรถยนต์ ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท คือประกันรถยนต์ภาคบังคับ และ ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ หรือที่เรารู้กันกันดีในชื่อ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 นั้นเอง โดยในวันนี้เราจะมาขอเล่าถึงประกันรถยนต์ภาคสมัครใจกันครับ
ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ
คือการทำประกันรถยนต์ ที่คุณสามารถซื้อเพิ่มเติมได้ นอกเหนือจากประกันรถยนต์ภาคบังคับที่คนมีรถยนต์ทุกคนจะต้องซื้อ ซึ่งในการซื้อประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนั้น ก็จะมีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท โดยที่แต่ละประเภทนั้นความคุ้มครองที่ผู้ทำประกันรถยนต์ได้รับก็จะแตกต่างกันออกไป อีกทั้งการทำประกันรถยนต์จะให้วงเงินคุ้มครองที่สูงกว่าแบบภาคบังคับ และการคุ้มครองความเสียหายที่ครอบคลุมมากกว่า จึงทำให้การซื้อประกันรถยตร์แบบสมัครใจกลายมาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่หลายคนมักจะนิยมทำเพื่อป้องกันความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณ โดยในการทำประกันรถยนต์จะสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ประกันรถยนต์ชั้น 1 , ประกันรถยนต์ ชั้น 2 , ประกันรถยนต์ชั้น 3
ประกันรถยนต์ชั้น 1
ประกันรถยนต์ชั้น 1 เรียกได้ว่าเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองที่ครบครันที่สุด ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุการชน รถคว่ำ ไฟไหม้ การโจรกรรม และความคุ้มครองในส่วนของอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ รวมถึงความเสียหายต่อบุคคลที่สาม และเป็นประกันที่มีวงเงินคุ้มครองสูงที่สุด
ประกันรถยนต์ ชั้น 2
ประกันรถยนต์ชั้น 2 ประกันที่ให้ความคุ้มครองที่ครบครันสำหรับรถของคุณจากเหตุการณ์ไฟไหม้หรือโจรกรรม อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ และหลักทรัพย์ในการประกันตัว และความเสียหายที่เกิดแก่บุคคลที่สาม
ประกันรถยนต์ชั้น 3
ประกันรถยนต์ชั้น 3 ประกันภัยรถยนต์ ที่ให้ความคุ้มครองที่ครบครันสำหรับความเสียหายและอุบัติเหตุแก่บุคคลที่สาม รวมถึงความคุ้มครองต่อผู้ขับและผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็น อุบัติเหตุส่วนบุคคล และอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับบุคคลอื่นๆ
ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า การทำประกันรถยนต์ แบบภาคสมัครใจ นอกจากจะให้ความคุ้มครองที่เพิ่มเติมขึ้นแล้ว ยังมีส่วนช่วยในเรื่องของค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกี่ยวกับรถยนต์ของคุณ และสำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ชั้น 1 อยู่แล้วละก็ เราขอแนะนำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 AIG ผู้นำด้านประกันรถยนต์ ที่ตอบสนองกับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ได้ดีที่สุด ความคุ้มครองที่ครบครันและรอบด้านมากที่สุด สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ประกันรถยนต์ชั้น 1 AIG

[Top]

ประโยชน์ของการทำทันตกรรมรากเทียม

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคุณที่กำลังสูญเสียฟันหรือมีปัญหาสูญเสียฟัน และรู้สึกว่าการที่ต้องใส่ฟันปลอม เพราะไม่สบายเท่ากับการทำฟันธรรมชาติ ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนมองหาการทำฟันเพื่อความงาม นั้นก็คือ ทันตกรรมรากเทียม

การทำทันตกรรมรากเทียมเป็นการนำเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยที่คิดค้นมาเพื่อช่วยแก้ปัญหาการสูญเสียฟันที่สามารถทดแทนฟันจริงได้เป็นอย่างดีและมีความสวยงามมากกว่าการใช้ฟันปลอม อีกทั้งยังเป็นประโยชน์มาก สำหรับผู้ที่ต้องการทดแทนฟันธรรมชาติ ที่สูญเสียไป โดยการทำรากฟันเทียม นอกจากจะทดแทนฟันได้แล้ว ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้มได้อีกด้วย เพราะรากฟันเทียมจะมีความสวยงาม และขาวใส ที่เทียบเท่ากับฟันธรรมชาตินั้นเอง

ใครที่สามารถทำทันตกรรมรากเทียมได้บ้าง
สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาการสูญเสียฟันธรรมชาติ วิธีการทำทันตกรรมรากเทียมสามารถทำได้ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยผู้หญิงสามารถทำได้ตั้งแต่อายุเริ่มมีประจำเดือน +5 ปี ส่วนผู้ชายสามารถทำได้ตั้งแต่อายุ 17 ปีขึ้นไป

ประโยชน์ของการทำทันตกรรมรากเทียม

  1. การทำทันตกรรมรากเทียมสามารถใช้งานได้ดีกว่าการใส่ฟันปลอมแบบถอดออกได้ เพราะมีความเป็นธรรมชาติมากกว่าและใช้งานได้ดีมากกว่า สามารถทดแทนฟันแท้ที่เสียไปได้เป็นอย่างดี
  2. หลังจากการทำทันตกรรมรากเทียม ผู้ทำสามารถรับประทานอาหารได้ทันทีและรับประทานอาหารได้หลากหลายชนิดตามที่ต้องการโดยไม่ต้องกังวลเรื่องฟันเลื่อนหลุดเพราะรากเทียมจะสมานตัวยึดติดแน่นเข้ากับกระดูกขากรรไกร
  3. รากเทียมสามารถใช้เป็นหลักยึดสำหรับฟันปลอมชนิดถอดได้และชนิดติดแน่น เพราะรากเทียมจะถูกฝังในตำแหน่งที่มีการสูญเสียฟันธรรมชาติ และเชื่อมต่อประสานเข้ากับกระดูกทำให้ไม่เกิดปัญหาฟันปลอมเลื่อนหลุดเหมือนกับการใส่ฟันปลอมแบบเดิมที่ใช้เหงือกในการยึดซึ่งไม่มั่นคงเท่าไหร่นัก
  4. ภายหลังการทำทันตกรรมรากเทียม ผู้ทำสามารถพูดและออกเสียได้ตามปกติดังเดิมโดยไม่ได้เปลี่ยนความสามารถดังกล่าว
  5. โครงสร้างของฟันมีความสมบูรณ์แข็งแรง ทำให้เนื้อเยื่อของเหงือกมีสุขภาพดี ไม่ก่อให้เกิดการอักเสบ ทำให้สุขภาพของช่องปากดีขึ้น

หากคุณกำลังมีปัญหาเรื่องการสูญเสียฟัน และไม่ต้องใส่ฟันปลอม ก็สามารถมารักษาด้วยวิธีการทำทันตกรรมรากเทียมที่ทำได้ง่ายและมีความเป็นธรรมชาติสูงที่แทบไม่แตกต่างจากฟันตามธรรมชาติดังเดิม เมื่ออ่านมาจนถึงจุดนี้ แล้วเราหวังว่าหลายท่านจะเริ่มมีความเข้าใจในเรื่องของประโยชน์ของรากเทียมมากยิ่งขึ้น และสำหรับใครที่กำลังมองหาศูนย์ทันตกรรมที่ขึ้นชื่อในด้านการรักษาฟัน เราก็ขอแนะนำ ศูนย์ทันตกรรม PMDC ศูนย์ทันตกรรมเพื่อความงามแห่งแรกของประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ในด้านการรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาฟันมากกว่า 25 ปี พร้อมด้วยเทคโนโลยีอุปกรณ์ที่ทันสมัย และทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำรากฟันเทียม

[Top]

หลังทำเลสิก ควรดูแลตัวเองอย่างไร

กิจกรรมอะไรบ้าง ที่เราไม่สามารถทำได้หลังการทำเลสิก และต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้นนานเท่าไหร่ ถึงจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ อะไรบ้างที่ต้องระวังเป็นพิเศษ มาดูกันเลย

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังการทำเลสิก

วันแรก หลังการทำเลสิก ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บที่ตาหลังการผ่าตัด หลังทำเลสิกภายใน 24 ชม.สำคัญมาก เพราะแผลยังปิดไม่สนิท ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ หลังการทำเลสิกเสร็จแพทย์จะอนุญาติให้กลับบ้านได้ คุณไม่ควรขับรถกลับเอง ควรจะมีคนมาขับรถให้ ไม่ต้องทดสอบสายตาด้วยการขับรถเอง เพราะแสงแดด ฝุ่นละออง อาจจะเป็นอันตรายต่อดวงตา ควรพักสายตาด้วยการหลับตาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ งดเล่นโทรศัพท์ เพ่งสายตาใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ หรือเล่นโซเซียล แชท ทำได้แค่ฟังเพลงและพักสายตาไปจะดีที่สุด การนอนแพทย์จะแนะนำให้ นั่งหลับ แทนการนอนราบ นอนตะแคง หรือนอนคว่ำ เพราะเวลานอนอาจจะเผลอแกะเกาตาได้ ถ้านอนตะแคงหรือนอนคว่ำหน้าอาจจะเป็นการไปกดทับดวงตาได้ ซึ่งอาจจะเป็นอันตรายได้ วันแรกไม่ควรแกะที่ครอบตาออกเป็นอันขาด ควรปิดไว้และให้แพทย์เป็นผู้แกะให้ในวันรุ่งขึ้น ระหว่างตาหากมีอาการตาแห้งก็สามารถหยอดน้ำตาเทียม ที่หยอดตาได้ ในวันแรกสามารถอาบน้ำทำความสะอาดได้ แต่ไม่ควรสระผม หรือ ล้างหน้า ระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าตา วันรุ่งขึ้นแพทย์จะนัดเข้ามาเช็คแผลอีกที จากนั้นเป็นหนึ่งอาทิตย์หนึ่งเดือน สามเดือน หกเดือน 1และ 2ปี โดยจะได้รับการวัดสายตา ตรวจตา และสอบถามอาการ ผลข้างเคียงต่างๆ และพิจารณาการรักษา เช่น อาการตาแห้ง ค่าสายตาเป็นไปตามที่คาดหมายหรือไม่ โดยหลังครบปีแล้วจะแนะนำให้ตรวจตาปีละครั้ง ควรใส่ฝาครอบตาก่อนนอนทุกคืน จนครบ 1 สัปดาห์ รวมไปถึงการใส่ฝาครอบตาก่อนนอนกลางวันด้วย เพื่อป้องกันการขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว

การทำความสะอาดดวงตาหลังทำเลสิค

  1. ใช้น้ำเกลือกับสำลีก้อนฆ่าเชื้อที่ รพ.ให้มา ซับเบาๆ รอบตา ระวังไม่ให้เข้าตา เวลาซับให้หลับตา
  2. ใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า แล้วก็เช็ดด้วยทิชชู่เปียก

เอาน้ำลูบๆ ซับให้แห้ง ไม่ควรทาครีม หรือแต่งหน้าใดๆ เพราะอาจจะทำให้แผลติดเชื้อได้

  1. เช็ดเสร็จ จะนอนแล้วก็ใช้ผ้าก็อซปิดตาแล้วเอาฝาครอบครอบทับเพื่อป้องกันการกระแทกและสิ่งสกปรกค่ะ เสร็จแล้วก็นอนได้

กิจกรรมที่ต้องหลีกหลังทำเลสิก

  1. ไม่ไปในสถานที่ก่อสร้าง หรือบริเวณที่มีฝุ่น ควัน มากๆ
  2. งดว่ายน้ำ จนกว่าจะครบเวลา 2 สัปดาห์
  3. ควรงดการแค่งหน้าบริเวณรอบดวงตาเป็นเสลา 2 สัปดาห์
  4. ห้ามดำน้ำ เป็นวลา 4 สัปดาห์
  5. งดการออกกำลังหนักๆ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะการออกกำลังกายหรือยกของหนักอาจจะทำให้เหงื่อไหลเข้าตาได้
  6. งดการทำซาวน่า ในช่วง 2 สัปดาห์แรก
  7. เลือกเล่นกีฬาชนิดปลอดภัยต่อดวงตา ลดโอกาสเกิดการกระแทกดวงตา
  8. ไม่ขับรถจนกว่าจักษุแพทย์จะอนุญาตโดยเฉพาะการขับรถกลางคืน

เมื่อเกิดความผิดปกติต่างๆกับดวงตาหรือกับสายตา รีบพบจักษุแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมงหรือฉุกเฉินตามคำแนะนำล่วงหน้าของจักษุแพทย์ ก่อนการทำเลสิคควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจและเลือกศูนย์เลสิกที่มีประสบการณ์ ทีมแพทย์ที่เชียวชาญจะช่วยให้คุณสามารถมั่นใจและเชื่อใจได้ว่าชีวิตหลังการทำเลสิกจะต้องแฮปปี้แน่นอน สำหรับผู้ที่สนใจอยากทำเลสิค เราขอแนะนำที่ ศูนย์เลสิก Laser Vision  ที่นี่เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 19 ปี ทำกับ คุณหมอ อนันต์ วงศ์ทองศรี คุณหมอเก่งมาก เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นหัวหน้าหน่วยกระจกตาและการรักษาสายตาผิดปกติ ภาควิชาจักษุวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี ด้วยเชื่อใจในมือคุณหมอ และหหลังทำทุกอย่างก็แฮปปี้อย่างที่คิดไวเลยค่ะ

 

 

 

 

[Top]

วีเนียร์กับครอบฟันต่างกันยังไง ?

แตกต่างกันตรงที่ ครอบฟันจะครอบคลุมพื้นผิวด้านนอกทั้งหมดของฟันซี่นั้น ครอบฟันจะสวมไปลงบนฟันทั้งซี่ แต่วีเนียร์จะเป็นการเคลือบแค่ผิวหน้าของฟัน เท่านั้นเอง

การทำฟันทั้งสองแบบนี้ต่างมีข้อดีต่างกันออกไป

วีเนียร์ฟัน

วีเนียร์นั้น มักใช้เพื่อปรับปรุงความสวยงามและแก้ไขฟันที่มีปัญหาเล็กน้อย เช่น ปัญหาเรื่องสีฟัน ฟันห่าง ฟันแตก โดยวิธีการการเคลือบผิวฟัน ด้วยวัสดุเซรามิกสีเหมือนฟัน

ข้อดีของการวีเนียร์ฟัน

  1. การทำวีเนียรืฟันจะใส่ให้ฟันขาวขึ้น โดยเสียเนื้อฟันไม่มาก การเลือกทำวีเนียร์จะเสียเนื้อฟันน้อยมากหรือไม่เสียเนื้อฟันเลย เพราะเป็นการตกแต่งแค่ผิวหน้าบางส่วนเท่านั้นเอง ไม่ต้องกรอฟันเหมือนการครอบฟัน
  2. มีความทนทานอยากต่อการติดคราบสีที่เกิดจากเครื่องดื่ม อาหาร บุหรี่
  3. สามารถปกปิดสีฟันที่ผิดปกติหรือไม่สวยได้

ข้อเสียของการวีเนียร์ฟัน

  1. นานๆ ไป พอเราอายุมากขึ้น เหงือกเราก็จะร่นลง นั่นหมายความว่าขอบแผ่นพอร์เซเลนฯที่เคยซ่อนอยู่ในเหงือก
  2. การทำวีเนียร์ที่อาจจะเกิดขึ้น คือ อาการเสียวฟัน เพราะการกรอฟันเป็นการรบกวนเนื้อเยื่อประสาทในโพรงฟัน
  3. ต้องระวังการรับประทาน ใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดการผุตามขอบที่มองไม่เห็นได้

ครอบฟัน

ครอบฟัน วิธีนี้จะเหมาะในกรณีที่ผู้ไข้สูญเสียเนื้อฟันมาก เช่น ฟันแตกจากฟันผุ ฟันตายหรือต้องการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของฟันค่อนข้างเยอะเพราะต้องกรอฟันทั้งซี่ให้เล็กลง และสวมวัสถุครอบฟันทับบนฟันแท้ของเรา ลักษณะคล้ายๆ การใส่ฟันปลอม

ข้อดีของการครอบฟัน

  1. การครอบฟันจะช่วยให้ฟันของคุณกลับมาแข็งแรงมากยิ่งขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหาร
  2. สามารถปรับการเรียงตัวของฟันได้
  3. ในกรณีที่ฟันมีความผิดปกติ โครงสร้างฟันอ่อนแอ ครอบฟันจะช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ฟันดังกล่าวได้

ข้อเสียของการครอบฟัน

  1. ครอบฟันแบบเซรามิกต้องกรอเนื้อฟันออกในปริมาณที่มากกว่า
  2. มีราคาสูงเมื่อเทียบกับการอุดฟันและฟันที่อยู่ในครอบฟันอาจจะเกิดการผุได้ ดังนั้นผู้ที่ใส่ครอบฟัน จึงต้องรักษาฟันให้สะอาดและหมั่นมาตรวจฟันที่ครอบกับทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน
  3. ใช้ระยะเวลาในการทำนาน ทำครอบฟัน จำเป็นต้องมา ทำอย่างน้อย 2 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 1 สัปดาห์

ท่านใดที่สนใจเรื่องการทำวีเนียร์ฟันขาวหรือต้องการทำครอบฟัน หรืออาจจะยังไม่มั่นใจว่าต้องรักษาด้วยวิธไหน เราขอแนะนำ ศูนย์ทันตกรรม PMDC ที่นี่บริการให้คำปรึกษาปัญหาช่องปากฟรี เป็นศูนย์ทันตกรรมเพื่อความงาม  เปิดให้บริการมากว่า 25 ปี ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และรูปแบบการรักษาที่ทันสมัย ใส่ใจทุกรายละเอียดเล็กน้อยๆ หรือสนใจเข้าดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาและดูภาพก่อนและหลังการรักษาได้ที่ https://goo.gl/utvi40

[Top]